Mathnasium แหล่งความรู้ที่เด็กๆ สามารถแวะมาได้หลังเลิกเรียนหรือช่วงวันหยุด เพื่อฝึกฝนพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์



โปรแกรมของเราถูกจัดขึ้น เพื่อน้องๆ ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 จนถึง มัธยมศึกษา ปีที่ 2 ซึ่งเด็กๆ สามารถมาบ่อยแค่ไหนก็ได้ในแต่ละสัปดาห์* โดยมาครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง เหมือนโรงยิมหรือศูนย์ฟิตเนส ที่สมาชิกสามารถแวะมาเมื่อไหร่ เวลาไหน วันไหนก็ได้ที่สถาบันเปิด เป้าหมายของเราคือ การพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ เพิ่มความเข้าใจในกระบวนการคิดเลข สร้างความมั่นใจ และทัศนคติที่ดี
ต่อคณิตศาสตร์ให้แก่ผู้เรียน (*สำหรับหลักสูตรไทย ป.2 - ม.2)
 

ปรัชญาของเรา

จริงๆ แล้วเด็กๆ ไม่ได้เกลียดคณิตศาสตร์ พวกเขาแค่รู้สึกอึดอัดและสับสน เวลาคิดเลขไม่ออก หรือเวลาแก้โจทย์คณิตศาสตร์ไม่ได้ ความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เด็กรู้สึกดีและชื่นชอบในศาสตร์นี้ และเมื่อความรู้สึกชื่นชอบเกิดมากขึ้น ประตูที่จะนำเด็กๆ ไปสู่ความรู้อันมีค่ายิ่งทางคณิตศาสตร์ ก็จะถูกเปิดออก

 

กุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจวิชาคณิตศาสตร์ คือไหวพริบในการคิดเลข ซึ่งไหวพริบในการคิดเลขจะไม่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนโดยใช้วิธีการ และแนวคิดต่างๆ ที่สามารถทำให้สามารถตีโจทย์ได้

วิธีการเรียนการสอนของ Mathnasium เกิดจากการทำงานทั้งชีวิตของ Larry Martinek ผู้ซึ่งเป็นทั้งผู้บริหารระดับสูงของ Mathnasium ครูสอนคณิตศาสตร์ และอาจารย์ที่ปรึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ในย่านลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา มากว่า 30 ปี

Mathnasium คือสถาบันเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ที่ดีที่สุดในขณะนี้ และเนื่องจากเด็กๆ สามารถมาที่สถาบันได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตารางเรียนของเด็กๆ แต่ละคน จะขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ปกครองหรือน้องๆ เอง เรามีแบบฝึกหัดและสื่อประกอบการสอน ที่จะช่วยสร้างไหวพริบด้านตัวเลข ความรักและความเข้าใจในคณิตศาสตร์


"การเรียนแบบนี้ ทำให้หนูอยากเรียนเลขมากเลยค่ะ"

— ซูซาน สไตน์
 

ประวัติความเป็นมาของหลักสูตรแมทเนเซียม

 
ในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 1973 แลรี่ มาร์ติเนค ผู้ซึ่งเป็นผู้คิดค้นวิธีการเรียนการสอนแบบ Mathnasium ได้รับปริญญาบัตรทางด้านคณิตศาสตร์ และในปีต่อมาก็ได้รับใบอนุญาตวิชาชีพการสอนจากรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเริ่มสอนในโรงเรียนที่เมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในตอนนั้น แลรี่ ได้ตระหนักเห็นทันทีว่าเด็กส่วนมากในโรงเรียนยังคงขาดทักษะและพี้นฐานที่จำเป็นในการที่จะสามารถประสบความสำเร็จหลักสูตรการเรียนในแต่ละระดับชั้นได้ และเขาก็ได้สังเกตุเห็นอย่างชัดเจนว่าตำราเรียนในชั้นเรียนไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวให้หมดไปอย่างสิ้นเชิงได้ เพื่อเป็นการปิดช่องว่างดังกล่าวนี้ แลรี่ ได้เริ่มเขียนเอกสารเสริมเพิ่มให้กับนักเรียนของเขาในตอนนั้น เอกสารเหล่านี้เองได้ถูกนำมาใช้ใน Mathnasium ทุกวันนี้

เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่สี่ของการสอนของแลรี่ เขาได้ถูกคัดเลือกให้ทำงานเป็นผู้ประสานงานด้านวิชาการให้กับโครงการปฏิรูปการเรียนการสอน ซึ่งเป็นโครงการหลักของประเทศในตอนนั้น จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้แลรี่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการทำงานของผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องการศึกษาที่ถูกแต่งตั้งจากส่วนกลาง เข้าใจเกี่ยวกับการลงมือปฏิบัติของโรงเรียนและหน่วยงานที่ไกลออกไปตามนโยบายที่กำหนดโดยส่วนกลาง จากตรงนั้นเองจึงทำให้แลรี่สามารถเห็นภาพรวมจากมุมกว้างว่าส่วนงานเกี่ยวกันการศึกษาใดควรจะถูกพิจารณา ตรวจสอบ ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวข้องกับการเรียนคณิตศาสตร์

หนึ่งปีต่อมาหลังจากนั้น เป็นช่วงเวลาชีวิตของแลรี่ เมื่อเขาได้รับทราบข่าวว่าเขากำลังจะเป็นพ่อคน ณ ตอนนั้น คือหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการสอนช่วงห้าปี (ถูกชื่นชมและกล่าวขวัญว่าเป็นผู้ที่ทำให้เด็กๆและผู้ปกครองมีแนวความคิดและทัศนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ และช่วยเพิ่มทักษะทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กในทุกๆหัวข้อ) แลรี่ได้หยุดและถามกับตัวเองว่า: “ทำไมเด็กแต่ละคนที่มาหาผม จึงมีความรู้และความสามารถ ที่ไม่เท่ากันเอาซะเลย แล้วผมจะต้องทำยังไงจึงจะไม่ให้ลูกของผมเจอกับปัญหาทางคณิตศาสตร์ เหมือนกับคนเก่งๆหลายคนกำลังประสบอยู่”

คำถามนี้ได้วิ่งวนอยู่ในความคิดของแลรี่เป็นระยะเวลานาน

หลังจากที่แลรี่หยุดการสอนไปสองปีเพื่อลองทำธุรกิจเกี่ยวกับอีเลคทรอนิค แลรี่ได้หวนกลับไปสู่การสอนในห้องเรียน โดยการสอนในโรงเรียนที่แตกต่างกันออกไปมีทั้ง โรงเรียนเทศบาล โรงเรียนเฉพาะทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โครงการสลายกลุ่มเด็กวัยรุ่นอันธพาล และโรงเรียนระดับมัธยมประจำเมือง และจากกลุ่มนักเรียนที่แตกต่างกันนี้ เขาสังเกตเห็นสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งก็คือ “ช่องว่างและการไม่เชื่อมโยงระหว่างการฝึกพัฒนาทักษะพื้นฐานกับหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งหวังให้เด็กเก่งขึ้นไปในแต่ละปีของพวกเขา” จากตรงนั้นเอง เขาจึงตั้งใจมุมานะอย่างต่อเนื่องที่จะหยิบยื่นในสิ่งที่เด็กต้องการ แลรี่จึงได้พัฒนาแบบฝึกหัดและหลักสูตรเพิ่มเติมของเขาต่อไป ด้วยความหวังที่จะสามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้

ระหว่างนั้นในขณะที่ลูกชายของเขาชื่อว่า “นิค” อยู่ในวัยห้าขวบปี แลรี่ได้สังเกตเห็นว่านิคมีพัฒนาการทางด้านคณิตศาสตร์เร็วเกินวัยของตัว แลรี่ได้ทำหนังสือเล่มแรกออกมาชื่อว่า “Math Tips for Parents” หนังสือเล่มนี้ได้อธิบายความเข้าใจที่เขาได้รับจากการทำงานและการเล่นกับนิคในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ที่มีบุตรหลานเป็นอย่างมาก และคุณครูที่ได้อ่านต่างก็พยายามผลักดันให้แลรี่สร้างและผลิตแบบฝึกหัดและหลักสูตรการสอนคณิตศาสตร์ออกมาเพิ่มเติม

วันหนึ่งแลรี่ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาถ่ายทอดวิชาให้กับคุณครูระดับประถมแทนที่จะคอยมานั่งแก้ไขเด็กๆในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย เขาเชื่อว่าการได้ทำอย่างนั้นจะช่วยทำให้เด็กไม่ต้องตามหลังเพื่อนๆและหลักสูตรตั้งแต่ชั้นเล็กๆ ....เพื่อที่จะทำอย่างนั้นได้ เขาจึงกลับไปเรียนต่อจนได้ใบรับรองการสอนระดับชั้นประถมศึกษา ยิ่งไปกว่านั้น เขาได้สร้างแบบฝึกหัดและหลักสูตรเสริมต่างๆเพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับเด็กที่อ่อนเลข เด็กปานกลาง และเด็กที่ชอบเลขเป็นชีวิตจิตใจ

ยิ่งนิคโตมากขึ้นมากขึ้น เขาก็ได้ทำให้แลรี่ยิ่งเข้าใจลึกลงไปเรื่อยว่าคณิตศาสตร์แบบใดจึงจะเหมาะและง่ายกับความคิดความอ่านของเด็ก ในตอนนั้นเขาเรียกรูปแบบการเรียนคณิตศาสตร์ตามฉบับของเขาว่า “การทำความรู้จักความเข้าใจกับคณิตศาสตร์” เขาเริ่มนำเสนอการเรียนแบบนี้ให้กับนิค เพื่อนของนิค เด็กในชั้นเรียนของเขาเอง และต่อมาก็ทดลองใช้กับเด็กในชั้นเรียนของครูคนอื่น (ครูที่กล้าพอที่จะยอมรับสิ่งใหม่นี้) เขาเริ่มจัดเวิรค์ชอพให้กับครูและผู้ปกครองมากขึ้น จนในที่สุด แบบฝึกหัดและหลักสูตรเสริมของแลรี่ก็เป็นที่ยอมรับในหลักสูตรของโรงเรียน และแลรี่เองก็เริ่มหันตัวเองมาเป็นที่ปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ชื่อเสียงและแนวคิดของแลรี่ก็เป็นที่รู้จักและยอมรับมาก เริ่มจากทางด้านตะวันตกของเมืองลอสแองเจลิสและขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จนมีคนเริ่มขนานนามเขาว่า “The Math Guy” เด็กๆที่ได้สัมผัสกับเทคนิคและวิธีการคิดที่แลรี่และนิครวบรวมมาตลอด 15 ปี ต่างบอกว่าเป็นแนวคิดและวิธีการที่ดีและมีประโยชน์จริงๆ

แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เดือนพฤษภาคม ปีค.ศ.1999 นิคได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต เมื่อเขาอยู่ในวัย 19 ปี .... ไม่นานก่อนเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น นิคได้บอกกับแลรี่ว่า “พ่อครับ พ่อต้องสอนคุณครูคนอื่นให้สอนเลขแบบพ่อให้ได้นะครับ” ประโยคนี้เป็นประโยคที่สะท้อนออกมาจากความคิดของนิคเมื่อเขาได้สังเกตเห็นเพื่อนๆของเขาจำนวนมากต้องเรียนจบมัธยมปลายไปแต่ขาดความพร้อมทางคณิตศาสตร์ – ซึ่งไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไม่ได้ถูกสอนเลข แต่อาจไม่ใช่ในรูปแบบที่มีเหตุมีผลเข้าใจได้ง่ายๆ .... ความมุ่งหวังของแลรี่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็คือ การช่วยให้เด็กๆและคุณครู ทำความรู้จักและรักในคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น

ประสบการณ์ทั้งหมด และสิ่งที่แลรี่คิดค้น เขียนขึ้นมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี วันนี้ได้ถูกรวบรวมไว้ในบ้านหลังหนึ่ง ที่ชื่อว่า “MATHNASIUM”

 
 
 

© 2005 Math Gym Co.,Ltd. All Rights Reserved.